พญานาคมีจริง!!! สถานที่ของไทยที่เชื่อกันว่าเคยพบพญานาคจัง ๆ มาแล้ว
  • By Robinson Team
  • 13/12/2019
พญานาคมีจริง!!! สถานที่ของไทยที่เชื่อกันว่าเคยพบพญานาคจัง ๆ มาแล้ว

ตำนานนั้นมักจะถูกเล่าต่อ ๆ กันมา ถ้าไม่ถูกส่งต่อกันด้วยการพูดเล่าเรื่อง ก็เป็นการเขียนเรื่องราวลงบนบันทึก หรือบางครั้งก็เป็นการวาดภาพตามผนังวัดหรือสถานที่สำคัญ ตำนานสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมายอย่างพญานาค ก็เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าจากความเชื่อของคนในอดีตเช่นกัน

ลักษณะของพญานาคตามประวัติสมัยพุทธกาล

พญานาคสัตว์ในตำนานที่มีเรื่องเล่าเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เรื่องราวของสัตว์ชนิดนี้มีปรากฏอยู่ในพระพุทธศาสนาบ่อยครั้ง จึงทำให้เชื่อได้ว่าตำนานเกี่ยวกับพญานาคนั้นมีความเก่าแก่อย่างมาก พญานาคมีลักษณะเป็นงูใหญ่มีหงอน เชื่อกันว่าอาศัยที่เมืองบาดาล และสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ แต่ไม่สามารถปฏิบัติธรรมหรือบรรลุธรรมได้ หลายคนเชื่อว่ามีอยู่จริงแต่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ มีแต่เรื่องเล่าจากผู้คนที่เคยบอกว่าตนเองเคยพบเจอเท่านั้น

Credit: https://pixabay.com/photos/serpent-sea-water-underneath-the-1359599/

สถานที่ที่เชื่อกันว่ามีพญานาคอาศัยอยู่

                การพบเจอพญานาคนั้นยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีพญานาคตัวเป็น ๆ อยู่บนโลกใบนี้ มีแต่เพียงคำบอกเล่าของชาวบ้านที่เล่าต่อ ๆ กันมา แต่ไม่ว่าอย่างไรความเชื่อของคนไทยนั้นแรงกล้าเสมอ จึงมีคำพูดติดหูคนไทยมาตลอดว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ซึ่งสถานที่ต่อไปนี้มีผู้คนจำนวนมากยืนยันแล้วว่าตนเคยพบพญานาคจริง ๆ

                1.ถ้ำวังผานาคราช อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ถ้ำนี้จะมีแผ่นหินปิดถ้ำอยู่จำนวนมาก ภายในถ้ำมีต้นน้ำไหลออกมาจากดิน น้ำที่ไหลออกมากลายเป็นลำห้วยที่มีความยาว 5 กิโลเมตรและไหลไปสู่แม่น้ำโขง ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่านี่เป็นทางเข้าสู่เมืองบาดาลของเหล่าพญานาค

                2.วัดป่าฝายพญานาค อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ในปีพ.ศ.2560 ชาวบ้านเล่าว่าได้พบเห็นพญานาคสีเขียวขนาดใหญ่มาเล่นน้ำบริเวณคลองวัด จึงเชื่อว่าอาจจะเป็นทางเข้าของวังบาดาล และในบางครั้งชาวบ้านก็เล่าว่าได้ยินเสียงเหมือนมีสัตว์ใหญ่มาลงเล่นน้ำ ได้ยินเสียงกระเพื่อมของน้ำอย่างชัดเจน และในทุก ๆ ปีจะมีการทำพิธีบวงสรวงพญานาคราชที่นี่

                3.คำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์ เพราะเมื่ออดีตได้มีน้ำท่วมใหญ่หลายพื้นที่ แต่มีเพียงป่าคำชะโนดที่น้ำท่วมไม่ถึง และที่นั่นได้มีบ่อน้ำอยู่หนึ่งแห่งที่มีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา บ่อน้ำนั้นไม่เคยแห้งมาตั้งแต่อดีต จึงทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าบ่อน้ำแห่งนี้เป็นประตูที่จะพาไปสู่เมืองบาดาลได้

                4.ถ้ำน้ำเขาศิวะ อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2519 มีชาวบ้านเล่าว่าได้เคยพบเห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มีลำตัวสีแดงยาวว่ายน้ำเวียนขวาอยู่ในถ้ำ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงได้ตั้งศาลปู่นาคา อยู่บริเวณหน้าปากถ้ำน้ำเขาศิวะ ต่อมามีเจ้าหน้าที่ได้ดำน้ำลงไปจดสุดปลายถ้ำ และดำลงไปลึกที่สุดกลับพบว่าเป็นทางตัน แต่ด้านล่างนั้นมีลักษณะเหมือนเป็นเมืองที่อยู่ใต้น้ำ ทำให้ชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าบริเวณนั้นคือเมืองบาดาล

Credit: https://pixabay.com/photos/temple-angkor-pagoda-religious-250213/

                5.ถ้ำเพียงดิน อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ชาวบ้านเชื่อว่าเส้นทางภายในถ้ำนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังคำชะโนด มีทางเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำโขงและสามารถไปยังประเทศลาวได้ ซึ่งจะต้องใช้เวลา 9 วันถึงจะไปถึง ตามตำนานเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำของธิดาพญานาคที่มาหลงรักเจ้าชายที่เป็นมนุษย์ เมื่อถึงวันออกพรรษาธิดาพญานาคต้องกลับมาเล่นน้ำกับพวกของตน เมื่อเจ้าชายตามมาพบจึงขอตัดขาดจากกัน

                6.แก่งอาฮง จังหวัดบึงกาฬ เป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง หรือที่เรียกกันว่าสะดือแม่น้ำโขง เมื่อครั้งพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ และเมื่อเสด็จกลับมายังโลกเหล่าเทวาได้สร้างบันไดเงินบันไดทอง และมีเหล่าพญานาคต่างพ่นไฟเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของพระพุทธเจ้า จึงเกิดเป็นความเชื่อเรื่องบั้งไฟพญานาค และชาวบ้านก็ต่างเชื่อว่าที่ตรงนี้เป็นประตูสู่เมืองบาดาลด้วยเช่นกัน

                เรื่องเล่าต่าง ๆ นั้นถูกเล่าจากอดีตถึงปัจจุบันจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าในอดีตนั้นจะเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง ไม่ว่ามนุษย์กับพญานาคจะเคยใช้ชีวิตร่วมกันหรือไม่ สิ่งสำคัญคือเรื่องราวเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ทำให้สถานที่นั้นมีเรื่องราวให้ที่น่าสนใจแก่คนอื่น ๆ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้และอีกหลาย ๆ อย่างที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่เราควรจะอนุรักษ์เอาไว้


Follow Us

Subscribe for latest news and trends